วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อยากให้คนรักเรา ต้องทำยังไง?

อย่างแรก เราต้องรักตัวเองก่อน ให้ได้ก่อน




ผมอยากจะฝากไว้ให้คิดสัก 5 ประโยค
ถ้าตัวเองยังไม่รัก แล้วจะไปรักใครได้
ถ้าสุขภาพตัวเองไม่รัก ร่างกายทรุดโทรม ใครละอยากจะมารักเรา
ถ้าอนาคตที่ดีเรายังไม่เอา แล้วใครละ อยากจะฝากอนาคตไว้กับเรา
ถ้าลูกจ้างทำงานไม่ดี เจ้านายที่ไหนอยากจะจ้าง
ถ้าเรายังไม่ดีพอ ใครกันที่อยากจะมาคบกับเรา อยากเป็นคู่ชีวิตเรา
….
เปรียบเทียบไว้ประมาณนี้ก็คงจะเข้าใจแล้วนะครับ
ขนาดตัวเราเองยังไม่รัก อย่าได้คิดเลยครับว่าจะให้มารักเรา ด้วยความจริงใจ...




อย่างที่สอง รัก...คนที่รักเราจริงๆ ให้ได้ก่อน


คนที่รักเราจริงๆ มีใครบ้างละ? สองคนแรกที่ต้องนึกถึงเลยก็คือ “พ่อแม่” หรือ “ผู้ที่เลี้ยงดูเราตั้งแต่เด็กจนโต” ตามด้วย ครูบาอาจารย์, เพื่อนที่ไว้ใจได้ ฯลฯ แต่ผมอยากจะพูดถึง พ่อกับแม่ เป็นหลักนะครับ


พ่อแม่...รักเราโดยไม่หวังผลตอบแทน ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนไม่ดี,ไม่เคยรักไม่เคยใส่ใจ, ไม่เคยคิดตอบแทนพระคุณ เขาก็ยังรักเรา เหมือน “ลูก” เสมอ




คิดดูนะครับว่า เวลาที่เรารักใครมากๆ ให้ความรัก ความใส่ใจ ให้ทุกอย่าง แต่เขาไม่สนใจใยดี เขาไม่เคยเห็นถึงความรักของเรา เราจะเสียใจขนาดไหน แต่พ่อแม่ของเรา ให้ข้าวให้น้ำ ให้เงิน ให้เราได้มีการศึกษา ให้ความเป็นอยู่ที่ดี รวมทั้งให้ชีวิตก็ยังได้ พ่อแม่ก็ไม่เคยเสียใจแม้แต่น้อยที่ลูกตัวเองจะไม่รักไม่ใส่ใจ, ลูกจะเป็นคนเกเรเหลวไหล ฯลฯ เพียงแค่พ่อแม่ได้เห็น “ลูก” มีความสุข พ่อแม่ก็มีความสุขแล้ว
เห็นไหมครับว่าพ่อแม่รักเราขนาดไหน




“พ่อแม่เราเอง รักเราขนาดนี้ อยู่กับเรามาไม่รู้กี่สิบปี กว่าเราจะโตเป็นผู้ใหญ่ เรายังไม่รักท่าน แล้วเราจะไปรักคนอื่นที่เพิ่งมารู้จักกับเราแค่ไม่กี่ปี ให้ดีได้ยังไง ”


ลองคิดดูนะครับว่าความรักของพ่อกับแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน และเราไม่เคยได้รับความรักที่จริงใจจากใครเลย จริงๆหรือเปล่า?




ตัวผมเองเคยรักเพื่อนมาก ช่วยเหลือ ช่วยทำงานให้เต็มที่ แต่เพื่อนกับเอาความรักเรามาใช้ประโยชน์ ทำให้ผมรู้สึกเสียใจมากๆ (อันนี้แค่ตอนผมเรียนม.ปลาย ยังรู้สึกมากขนาดนนี้ แต่ตอนทำงานยิ่งมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีก อาจจะทำให้เราต้องเสียใจมากกว่านี้อีก) ทำให้ผมคิดได้เลยครับว่าไม่มีใครจะรักและไว้ใจได้เท่าพ่อแม่ของผมอีกแล้ว ผมจีงอยากขอฝากประโยคนี้ให้กับคนที่เป็นเหมือนกับผมนะครับ




“ถ้าพ่อแม่เขาเอง รักเขาขนาดนี้ เขายังไม่รัก แล้วเราเป็นแค่เพื่อนเขา แล้วเขาจะรักเราแค่ไหน คิดดูละกัน”


- พระธรรมสุธี (เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์)


ปล. ผมได้ประโยคนี้มาตอนที่ผมบวชที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์


~ จระเข้ฟาดหาง ~








--------------------------------------------------------More---------------------------------------------------------


ถ้าคุณยังลืมว่าพ่อแม่กับคุณเคยให้อะไรกับคุณบ้างก็ขอให้ดูคลิปนี้ครับ



ผมขอแถมอีกคลิปนึงละกันนะครับ คลิปนี้ผมอยากให้ดูจริงๆ (คลิปนี้ผมน้ำตาไหลจริงๆ)




ถ้าอยากดูคลิปมากกว่านี้ให้เข้าไปในเว็บนี้ได้เลยครับ เว็บนี้รวบรวมไว้ให้เรียบร้อย




Image credits
http://binsbox.com/post/beware-of-friends-who-betray-your-trust/

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เวทมนต์ที่วิเศษที่สุดในโลก

มีเวทมนต์ที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกๆคนไหม?

คำตอบคือ มี!!! และมีเวทมนต์เดียวเท่านั้นด้วย
นั่นก็คือ “ลงมือทำ” นั่นเอง


แต่น่าเสียดายครับ ที่มีคนใช้เวทมนต์นี้น้อยมากครับ เพียงเพราะคำว่า “ขี้เกียจ” กับ “ทัศนคติลบ” ทั้งหลายแหล่ ที่ทำให้คนส่วนใหญ่นั้น ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์จากเวทมนต์นี้เลย TT

แค่คุณ “ไม่เริ่มลงมือทำ” คุณก็ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่มแล้วครับ

เวทมนตร์ที่วิเศษที่สุด ก็ไม่เท่า การลงมือทำ
คาถาที่วิเศที่สุด ก็ไม่เท่า การลงมือทำ
พรที่ประเสริฐที่สุด ก็ไม่เท่า การลงมือทำ


เป็นไปไม่ได้ ที่คุณจะทำให้กำแพงล้มพังลงโดยที่คุณยืนมองแล้วภาวนาให้มันล้มพังลง
เป็นไปไม่ได้ ที่จะทำการบ้านให้เสร็จโดยนั่งเล่นเกมทั้งวัน หรือโดยไม่เอ่ยปากให้ใครช่วยทำ
เป็นไปไม่ได้ ที่คุณจะสำเร็จ โดยที่คุณนอนเฉยๆ

โลกนี้เป็นไปตามหลักของ เหตุ และ ผล
ฉะนั้น แค่ “ลงมือทำ” เราก็จะได้สิ่งที่เราปรารถนาแล้วครับ

“การลงมือทำ อาจไม่รับประกันความสำเร็จ แต่...การไม่ลงทำ รับประกันความล้มเหลว แน่นอน”
- unknown -

~ จระเข้ฟาดหาง ~


ขอฝากคลิปให้แรงบันดาลใจของ Shia LaBeouf ด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน อาจจะทำให้ทุกท่านจะมีกำลังใจในการลงมือทำมากขึ้น 




วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2560

ธรรมะ มีแค่นี้เอง

ธรรมะจริงๆแล้วคืออะไร?
เราจะเข้าถึงแก่นของธรรมะได้อย่างไร?


คำตอบก็คือ แค่เข้าใจ “ความจริง” ก็เข้าใจ ”ธรรมะ” แล้ว


แล้วมันคือ “ความจริง” ของอะไรละ?
“ความจริง” ของ “ธรรมชาติ” ไง


หรือในทางพุทธศาสนาก็คือ “สัจธรรม”
มาจากคำว่า สัจจะ + ธรรม
ซึ่ง สัจจะ = ความจริง
ธรรม = ธรรมชาติ  



แล้ว “ความจริงของธรรมชาติ” คืออะไร?
ยกตัวอย่างเช่น
ความตาย, ความไม่แน่นอนของชีวิต, การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของทุกๆสิ่ง  ฯลฯ


ถ้ายังเห็นภาพไม่ชัด ผมจะขยายความให้ฟัง
ถ้าเราเข้าใจ “ความตาย”
เราก็ก็จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าและไม่ประมาทกับชีวิต

ถ้าเราเข้าใจ “ความไม่แน่นอนของชีวิต”
เราก็จะรู้ว่า อนาคตนั้นไม่แน่นอน แม้ว่าเราจะทำวันนี้ได้ดีแค่ไหนก็ตาม
โรคร้ายและความเจ็บป่วยก็ไม่แน่นอน แม้ว่าเราจะรักษาสุขภาพมากแค่ไหนก็ตาม
ความตายก็ไม่แน่นอน ถึงแม้ว่าเรารักษาชีวิตให้ปลอดภัยแค่ไหนก็ตาม

ถ้าเราเข้าใจ “การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ของทุกๆสิ่ง”
เราก็จะรู้ว่า เราไม่ได้มีอารมณ์สุขหรือทุกข์ตลอดเวลา แฟชั่นต่างๆก็ไม่ได้คงอยู่ตลอด เราไม่ได้สวยหรือไม่ได้หล่อไปตลอดชีวิต เราไม่ได้มีชีวิตอมตะ แต่ชีวิตนั้นมีขึ้นมีลง และการฝึกสมาธินั้น ก็ไม่ได้ฝึกเพื่อเรานั่งนิ่งแข็งเป็นหิน นั่งได้นานๆ นั่งแล้วลอย แต่เพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติของจิต พอเข้าใจธรรมชาติของจิต เราก็จะค่อยๆเริ่มเข้าใจธรรมชาติของชีวิต



แค่เราเข้าใจความจริงของธรรมชาติ
เราก็เข้าใจธรรมะแล้ว


“ ธรรมะ ธรรมดา ธรรมชาติ ”
คำคมจากหนังสือ สงสัยมั้ย? ธรรมะ ฉบับรู้ทันทุกข์



~ จระเข้ฟาดหาง ~


เพิ่มเติม

คลิปวีดีโอนี้ จะแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติที่เราต่างต้องเผชิญกันอยู่และหลีกเลี่ยงไม่ได้











Image credits