คิดดูสิครับว่า โอกาสที่คุณจะทำสิ่งใหม่ในรูปแบบที่เป็นของคุณเองจะเกิดขึ้นได้ยากมาก และโอกาสประสบความสำเร็จ(ที่ยิ่งใหญ่) ก็ยากเช่นกัน
สิ่งที่เรารัก ไม่จำเป็นทีจะต้องเป็นสิ่งที่เรารักมันมานานแล้ว แต่อาจเกิดจากความเกลียดมาก่อน แล้วค่อยกลายเป็นความรักภายหลังก็ได้ เหมือนกับการเลือกแฟนหรือคู่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ ที่เรามักจะมีสเปคหรือความคาดหวังกับคนที่เราชอบไว้มากมาย แต่สุดท้ายคนที่เราเลือกมาเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตก็ไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด แต่เราก็เลือกที่จะรักและอยู่ด้วยกันกับคนนั้น เพราะเขาคนนั้นคือคนที่อยู่ด้วยกันกับเราได้ดีที่สุดแม้จะไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด
ผมขอชี้แจงอย่างหนึ่งก่อนที่จะเข้าเรื่องนี้นะครับ
การที่คุณจะมีความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง บางครั้งมันก็ไม่ได้เกิดจากการที่คุณเจอครั้งแรกแล้วรักได้ทันที หรือเกิดมาจากท้องแม่แล้วก็รักทันที แต่คุณจะรักหรือหลงใหลอะไรสักอย่างได้ มีอยู่ประมาณ 3 แบบที่ผมสรุปได้ คือ
- เห็นครั้งแรกแล้วก็รักทันที
- ค่อยๆทำมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นความรัก
- เคยเกลียดในตอนแรก แต่ลองเปิดใจรับ หรือเจอประสบการณ์บางอย่างแล้วทำให้เกิดความรักภายหลัง
สิ่งที่เรารัก ไม่จำเป็นทีจะต้องเป็นสิ่งที่เรารักมันมานานแล้ว แต่อาจเกิดจากความเกลียดมาก่อน แล้วค่อยกลายเป็นความรักภายหลังก็ได้ เหมือนกับการเลือกแฟนหรือคู่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ ที่เรามักจะมีสเปคหรือความคาดหวังกับคนที่เราชอบไว้มากมาย แต่สุดท้ายคนที่เราเลือกมาเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตก็ไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด แต่เราก็เลือกที่จะรักและอยู่ด้วยกันกับคนนั้น เพราะเขาคนนั้นคือคนที่อยู่ด้วยกันกับเราได้ดีที่สุดแม้จะไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด
เมื่อ2,500กว่าปีที่แล้ว ท่านพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กล่าวไว้ในกฏข้อแรกของหลักธรรมที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ(อิทธิบาท 4) นั่นก็คือ “ต้องมีความชอบในสิ่งที่ทำ” หรือ “ฉันทะ” นั่นเอง
ถ้าคุณอยากจะดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด จงหาสิ่งที่คุณทำแล้วโดดเด่น ทำแล้วแซงคนอื่นๆได้เร็ว ทำแล้วทำให้คุณลืมความขี้เกียจ แล้วความสำเร็จคุณจะง่ายขึ้น เพราะเหมือนกับคุณอยู่ถูกที่ถูกทาง
ถึงแม้จะมองไม่เห็นหนทาง แต่เสียงหัวใจมันผลักให้เราไป ทำไปเถอะครับ ไม่ว่าจะผิดพลาดสักกี่ครั้ง แต่ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ใช่ ความสำเร็จจะเป็นของเรา เหมือนกับการยิงเป้า แม้จะยิงไม่โดนแต่ขอแค่นัดเดียวที่ยิงเข้า กระสุนนัดนั้นแหละคือความสำเร็จ ดังเช่นบุคคลตัวอย่างต่อไปนี้
Steve Jobs
เคล็ดลับของ สตีฟ จอปส์ ในการสร้างสรรค์งานที่ยอดเยี่ยมของเขาก็คือ ความรักในสิ่งที่เขาทำ
“ Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”
“งานของคุณคือการเติมเต็มในสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ และทางเดียวที่จะพอใจได้คือการทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดี และทางเดียวที่จะทำงานที่ดีได้คือรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณหามันไม่เจอ ก็หามันต่อไป อย่าหยุด ทุกสิ่งที่สำคัญมันอยู่ในใจคุณ คุณจะรู้เองเมื่อคุณหามันเจอ
และ เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม คุณจะทำมันดีขึ้นในทุกๆปี จงมองหามันจนกว่าจะเจอ อย่าหยุด”
Howard Schulty
เจ้าของ Starbuck Coffee
เจ้าของ Starbuck Coffee
“ ถ้าคุณใส่ความรักเข้าไปในงานของคุณ หรือในองค์กรของคุณ คุณจะสามารถประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่คนอื่นคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ”
Elbert Hubbard
นักสื่อสารมวลชนคนสำคัญในอดีต ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า
“ทำงานด้วยใจที่เต็มเปี่ยม แล้วคุณจะสำเร็จ โดยที่แข่งขันเพียงแค่นิดเดียว”
บัณฑิต อึ้งรังษี
วาทยากรของประเทศไทยที่ชนะในเวทีระดับโลก ได้กล่าวว่า
“ทำสิ่งที่รักและถนัด คุณไม่สามารถสำเร็จได้ในงานที่ไม่ชอบ”
หลายคนอาจจะบอกว่าก็เขาโชคดี เขาเก่งอยู่ เขามีพรสรรค์อยู่แล้ว ความจริงแล้วคนเหล่านี้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ต่างฝึกฝนมาไม่รู้เท่าไหร่ เคยเกลียดในสิ่งที่เขาทำอยู่ เคยรักในสิ่งที่ทำแต่กลับล้มเหลว แล้วต้องเปลี่ยนความรักมาทำสิ่งใหม่ ฯลฯ
จริงๆแล้วความรักในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นว่าเกิดมาแล้วจะรู้ได้เลยว่ารักอะไร เพราะข้อมูลและประสบการณ์เรายังน้อยไป บางทีมันลองทำดูก่อน
หลายครั้งที่เราต้องเลี่ยนทิศทางของใบเรือ เพื่อลองค้นหาทิศที่ถูกต้อง แต่เมื่อเราเจอทิศทางที่ถูกแล้ว เส้นทางที่จะไปถึงความสำเร็จนั้นก็จะไม่ยากอีกต่อไป ย้ำว่าต้องเป็นทิศที่ถูกต้องเท่านั้น และเป็นทิศทางของคุณเท่านั้น(เป็นสิ่งที่คุณรักเท่านั้น)
ดังคำพูดของ Jim Carrey นักแสดงตลกชื่อดังที่คว้ารางวัล Golden Globe Awards ถึง2ครั้ง
“ How will you serve the world? What do they need that your talent can provide? That’s all you have to figure out. As someone who has done what you are about to go do, I can tell you from experience, the effect you have on others is the most valuable currency there is. ”
“ คุณจะรับใช้โลกยังไง คนอื่นต้องการอะไรที่ความสามารถของคุณจะช่วยได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาให้เจอ แม้ว่าบางคนจะได้ทำไปแล้วในสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมเล่าจากประสบการณ์ของผมได้ว่า อิทธิพลที่คุณมีต่อผู้อื่นมันคือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ”
และคำพูดของ Terri Trespicio นักกลยุทธ์การสร้างแบรนชื่อดัง ได้กล่าวบนเวที TEDx
" But if you're sitting around waiting for passion to show up and take it, you're going to be waiting a long time.
So don't wait, Instead, spend your time and attention solving your favorite problems
look for problems that need solving
Be useful, generous. People will thank you, and hug you and pay you for it and that where passion is.
Where your energy and effort meets someone else's need."
"You don't follow your passion, your passion follows you."
“ ถ้าคุณมัวนั่งรอให้คุณค้นพบสิ่งที่คุณชอบ คุณคงต้องใช้เวลารอนานมาก
ดังนั้นอย่ารอ จงใช้เวลาและความตั้งใจของคุณ แก้ปัญหาที่คุณชอบที่คุณถนัด (แก้ปัญหาที่คุณอยากจะแก้ไขมัน) จงมองหา ปัญหาที่ต้องการให้แก้ไข ทำตัวให้มีคุณค่า เปิดใจให้กว้าง ผู้คนจะขอบคุณคุณ กอดคุณ และจ่ายเงินให้กับสิ่งที่คุณทำ(ที่คุณแก้ปัญหาให้เขาได้) และนั่นแหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ ”
ที่ที่พลังความสามารถและความพยายามของคุณเป็นที่ต้องการของคนอื่น ”
“อย่าตามหาสิ่งที่คุณรัก แต่สิ่งที่คุณรักจะตามหาคุณเอง”
- Terri Trespicio -
- Terri Trespicio -
สรุปง่ายก็คือ “ชอบ” อย่างเดียวไม่พอ แต่มันต้อง “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ด้วย
คำถามก็คือ จะทำยังไงให้มัน “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ? ถ้าทำได้สำเร็จ แล้ว"เงิน"จะตามมาเองครับ
พูดง่ายๆคือหาจุดที่พอดีกันระหว่าง "งานที่เรารัก" กับ "เงิน" ให้ได้ นั่นแหละคือความหมายจริงๆของการหาสิ่งเรารักให้เจอ ไม่ใช่ทำสิ่งที่เรารัก แต่มันขายไม่ได้(นั่นแหละ ไส้แห้ง) ไม่มีใครสนใจ ไม่ดูเลยว่า ความต้องการของคนมีอะไรบ้าง? อะไรที่จะตอบสนองความต้องการ หรือช่วยเหลือในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้บ้าง? ถ้าคุณตอบโจทย์นี้ได้ งานที่คุณทำก็จะเป็นที่ต้องการและขายได้นี่แหละคือสิ่งที่ท้าทาย
พูดง่ายๆคือหาจุดที่พอดีกันระหว่าง "งานที่เรารัก" กับ "เงิน" ให้ได้ นั่นแหละคือความหมายจริงๆของการหาสิ่งเรารักให้เจอ ไม่ใช่ทำสิ่งที่เรารัก แต่มันขายไม่ได้(นั่นแหละ ไส้แห้ง) ไม่มีใครสนใจ ไม่ดูเลยว่า ความต้องการของคนมีอะไรบ้าง? อะไรที่จะตอบสนองความต้องการ หรือช่วยเหลือในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้บ้าง? ถ้าคุณตอบโจทย์นี้ได้ งานที่คุณทำก็จะเป็นที่ต้องการและขายได้นี่แหละคือสิ่งที่ท้าทาย
ดังนั้น อย่าหยุดค้นหามัน อย่ายอมแพ้ ถ้าหาสิ่งที่รักไม่เจอ ก็หาสิ่งที่เกลียดแทน แล้วคุณจะตัดสินใจได้มากขึ้น แม้ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่เจอ แต่เชื่อเถอะครับ แค่คุณเริ่มออกเดินทางค้นหามัน คุณจะค้นพบสีสันแห่งชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้วนอกจากตัวคุณเอง
~ จระเข้ฟาดหาง ~
Images credits

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น