วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

เป็นไปไม่ได้ จริงหรือ?

คุณกำลังคิดว่าสิ่งที่คุณทำ มันเป็นไปไม่ได้ อยู่ใช่ไหม?
คุณกำลัโดนเพื่อนบอกว่า สิ่งที่คุณทำมันเป็นไปไม่ได้ อยู่ใช่ไหม?


ก่อนที่คุณจะบอกผมว่ามันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อนครับ

สิ่งที่คุณใฝ่ฝันนั้น
เป็นไปไม่ได้จริงๆ หรือ คุณคิดไปเอง ?

ถ้าคุณพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่คุณใฝ่ฝันอยากจะทำมันเป็นไปไม่ได้จริงๆ โดยที่คุณได้ตั้งใจทำมันอย่างสุดความสามารถเท่าที่ชีวิตคุณจะทำได้แล้ว คุณค่อยบอกว่ามัน เป็นไปไม่ได้
        แต่ถ้าคุณไม่สามารถบอกได้อย่างเต็มปากว่ามันทำไม่ได้จริงๆ คุณก็แค่เป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยได้ลงมือทำอย่างเต็มที่กับมันจริงๆ แล้วก็ คิดไปเอง ว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันยาก มันนู่นนี่นั่น... แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่กับความล้มเหลวนั้น และก็หาข้ออ้างต่างๆนาๆมาปกปิดความล้มเหลวของตัวเอง


งั้นลองมาดูทางนี้เลยครับ….




ผู้ชายคนหนึ่ง พ่อแม่ของเขา เคยบอกกับเขาว่าลูกเป็นคุณครู ลูกเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย ทำไมลูกถึงล้มเลิกการเป็นครู แล้วไปทำอะไรที่ไม่เคยมีใครเขาทำกันมาก่อนละภรรยาของเขาเองก็ไม่มั่นใจในตัวเขาสักเท่าไหร่ เขาชวนเพื่อน 24 คนมาประชุมกันที่บ้านของเขา และเล่าในสิ่งที่เขาอยากจะทำในเพื่อนๆฟัง หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง เพื่อน 23 คน บอกกับเขาว่าไม่!!! ลืมมันไปซะเถอะ.....” มีเพื่อนเพียงคนเดียวที่เข้าใจในตัวเขา แต่เขาก็ยังเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมและตัดสินใจที่จะทำต่อไป

จนกระทั่งเขาสามารถก่อตั้งเว็บไซต์ Alibaba.com ได้ และกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนตอนนี้ เขาผู้นั้นก็คือ Jack Ma ที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี




ถ้าคุณทดลองทำหลอดไฟล้มเหลวกว่า 10,000 ครั้ง คุณคิดว่าคุณจะทดลองทำหลอดไฟต่อไปอยู่ไหม? เป็นผมคงเลิกทำไปตั้งแต่ครั้งที่พันกว่าแล้วละครับ แค่ครั้งที่ 200 ผมก็คิดว่ามันคงจะไม่สำเร็จแน่ๆแล้วละครับ แต่Thomas A. Edison เขาเชื่อว่ามันทำได้ มันเป็นไปไปได้ และไม่ลดละความพยายาม ทำให้เขาสามารถประดิษฐ์หลอดไฟให้เราทุกคนได้ใช้ และทำให้ค่ำคืนของเราไม่มืดมิดอีกต่อไป...
ซึ่ง Edison ได้กล่าวสั้นๆไว้เพียงว่า

  

“ I have not failed. I've just found 10,000 ways that won't work. ”
“ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่รู้ว่ามีทางที่ไม่สำเร็จหนึ่งหมื่นทาง เท่านั้นเอง”
- Thomas A. Edison -


คุณคิดว่าไก่ทอดที่คุณทำจะขายได้ทั่วโลกไหม?
ถ้าไม่เชื่อมาดูบุคคลต่อไปเลยครับ


ถ้าชีวิตคุณ ถูกเมียทิ้ง เพราะตกงาน และทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่างในชีวิตที่ผ่านมา โดนดูถูกว่าเป็นคนไม่ดีพอ เพราะไม่มีงานทำ ล้มเหลวมาเกือบทั้งชีวิต และยังถูกปฏิเสธกว่า 1,009 ครั้ง คุณจะยังสู้ต่อไปอีกหรือไม่?


คนทั่วไปคงถอดใจไปนานแล้วละครับ แต่ Harland David Sanders หรือ Colonel Sanders เขาไม่ได้คิดอย่างนั้นครับ เขาถนัดการทำอาหารตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แต่เขาเพิ่งค้นพบตอนวัยเกษียณอายุว่าเขาถนัดและชอบทำอาหาร ทำให้เขามุ่งมั่นตั้งใจทำไก่ทอด เพื่อเสนอให้กับภัตตาคารและร้านอาหารต่างๆ แต่ถูกปฏิเสธถึง 1,009 ครั้ง ปรับปรุงสูตรอยู่หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งมีภัตตาคารร้านหนึ่งสนใจ และให้เขาได้เปิดร้านเล็กๆเป็นของตัวเอง จนเขาสามารถก่อตั้งร้านขายไก่ทอดขึ้นมาได้ จนเป็นร้านที่มีเครือข่ายขยายไปทั่วโลก นับเป็นเครือข่ายร้านอาหารจานด่วนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากแมคโดนัลด์


"ไม่ใช่ไก่ทอดที่อร่อยที่สุดในโลก แต่เป็น ไก่ทอดที่ขายได้มากที่สุดในโลก"




ไม่มีใครคิดว่าชีวิตของบุคคลต่างๆที่ผมได้พูดถึงไป จะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ จากที่ความสำเร็จในชีวิตของเขาคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาเหล่านั้นก็ทำให้มันเป็นไปได้ เพราะอะไรก็เป็นไปได้ครับ เราไม่มีทางรู้ว่าจะเจออะไรในวันข้างหน้า เหมือนกับวลีเด็ดที่มาจากหนังเรื่อง Forrest Gump ซึ่งเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Jack Ma

ผมขอถามอะไรคุณสักเล็กน้อย

ถ้าผมให้คุณเดินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ คุณจะเดินไหมครับ?
คุณไม่ทำแน่นอน ถูกไหมครับ ใครจะบ้าเดินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่
ผมถามคำถามใหม่นะครับ

ถ้าผมให้คุณเดินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ แล้วผมจะให้เงิน 1 พันล้านบาท คุณจะเดินไหม?
ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องอยากทำแน่นอน และผมก็จะทำแน่นอน เพราะยอมทรมาณไม่กี่เดือนได้เงิน 1 พันล้านบาท แล้วชีวิตก็สบายไปอีกหลายปี

ที่ผมยอมทำเพราะอะไรครับ?
เพราะผมรู้จุดหมายปลายทาง ถูกไหมครับ
ผมรู้ว่าทำแล้วมันคุ้มค่าที่จะทำ ถูกไหมครับ

แต่ชีวิตจริง เราไม่สามารถรู้ได้ว่า สิ่งที่เราจะทำมันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน และจะคุ้มค่ากับที่เสียไปหรือเปล่า

มีสิ่งเดียวที่จะนำพาคุณไปสู่จุดหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ คือ "ความเชื่อมั่น"
คุณจะต้องเชื่อมั่นว่าคุณจะไปถึงจุดนั้นได้ แม้ว่าตอนนี้คุณจะมองไม่เห็นหนทางก็ตาม

“A lot of things you want to do, people may not like it, but you have to believe it.”
"หลายสิ่งที่คุณทำ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบมัน แต่คุณต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณทำ"
- Jack Ma -
(สามารถฟังคำพูดของ Jack Ma เพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Q7y56KtbFhs)

เหมือนกับคุณหลงอยู่ในอุโมงค์ที่มืดสนิท ความเชื่อมั่นจะเป็นเหมือนตะเกียงนำพาคุณไปในหนทางอันมืดมิด และเมื่อคุณเริ่มเดินทางมาใกล้ถึงจุดหมาย คุณจะเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์และตอนนั้นคุณจะเห็นจุดหมายปลายทางที่จะไป คุณจะเริ่มเดินในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อไปยังทางออก และคุณก็จะออกจากอุโมงค์นั้นได้

ปัญหาตอนนี้ ก็คือ คุณยังหลงทางและยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เท่านั้นเอง

บางอย่างที่ยังไงก็ดูเป็นไปไม่ได้ บางทีเราต้องใช้  “ความเชื่ออันแรงกล้าเป็นเครื่องมือนำทางไปสู่ความฝัน เพราะบางอย่างมันไม่สามารถจะตีภาพได้ชัดเจนพอที่จะบอกว่า เป็นไปได้ และยิ่งมันอธิบายได้ยาก นั่นอาจจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆที่เราไม่คาดคิดก็ได้ ซึ่ง Jack Ma ก็ได้กล่าวเอาไว้ว่า

“A great opportunity is often hard to be explained clearly; things that can be explained clearly are often not the best opportunities.”
โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด

- Jack Ma -

ถ้ามนุษย์ไม่เคยเชื่อว่า มนุษย์สามารถบินได้ ทุกวันนี้คงไม่มีเครื่องบิน
ถ้ามนุษย์ไม่เคยเชื่อว่า มนุษย์สามารถออกนอกโลกได้ ทุกวันนี้คงไม่มียานอวกาศ
ถ้ามนุษย์ไม่เคยเชื่อว่า มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารในระยะไกลๆได้ ทุกวันนี้คงไม่มีโทรศัพท์

ถ้าคุณเชื่อว่าคุณโง่ คุณก็โง่ร่ำไป
ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำไม่ได้ คุณก็ทำไม่ได้อยู่อย่างร่ำไป

"คุณเชื่อ หรือคุณคิดว่าเป็นได้แค่ไหน คุณก็เป็นได้แค่นั้นแหละครับ"

You are what you think. You are what you believe.

ถ้าเราไม่เชื่อว่าเป็นได้แค่นี้ เราก็เป็นอย่างอื่นได้อีก
- เอ๋ นิ้วกลม -

ขอแค่คุณเชื่อมั่นเท่านั้นครับ เพราะในอนาคต อะไรก็เกิดขึ้นได้ อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เราคาดเดามันไม่ได้ และไม่มีทางรู้ว่าจะพบเจอกับอะไรในวันข้างหน้า แม้กระทั่งวันพรุ่งนี้ หรือกี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาทีข้างหน้า ดังเช่นวลีเด็ดจากหนังเรื่อง Forrest Gump (เป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับ Jack Ma)




“ Life is like a box of chocolates. You never know what you're gonna get. ”
“ ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อคโกแลต คุณจะไม่มีทางรู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร ”
(ถ้าตามที่เข้าใจ กล่องช็อกโกแลตแบบที่ฟอเรสกิน ข้างในมีช็อกโกแลตหลายรสชาติ น่าจะเป็นไส้ด้านในซึ่งมองไม่เห็นว่า แต่ละชิ้นจะเป็นไส้อะไร ที่มา: https://pantip.com/topic/31568679)

อย่ายอมแพ้ครับ แล้ววันหนึ่งคุณจะค้นพบหนทาง และพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

แล้วเจอกันที่ข้างนอกอุโมงค์นะครับ... ผมรอคุณอยู่นะครับ

คำเตือน!!! ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องดูสภาพความเป็นจริงด้วย เช่น ไม่ใช่อยากเป็นนักเทนนิส แต่ตัวเองไม่มีแขนไม่มีขา มันก็คงจะเพ้อฝันเกินไป แต่ถ้าดูแล้วว่าความเป็นจริงยังพอมันมีความหวังอยู่ ก็ขอให้ลงมือทำเถอะครับ และอย่างที่ผมบอกไป อนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้


เคล็ดอย่างหนึ่งผมได้จากคุณขุนเขา ก็คือ เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ หรือใครมาหาว่าสิ่งที่คุณทำมันเป็นไปไม่ได้ ให้คุณหาIdolที่คุณอยากจะเป็นแบบเขา เป็นต้นแบบเอาไว้ว่าถ้าเขาทำได้ ยังคุณก็ต้องทำได้แบบIdolคนนั้นแน่นอน และที่สำคัญIdolคนนั้นเองก็อยากจะบอกกับคุณใจจะขาดว่ามัน “เป็นไปได้” และเขาจะไม่มีวันบอกว่า "คุณทำไม่ได้" แน่นอน เพราะเขาเองก็ทำได้




รับเคล็ดทั้ง 2 ข้อ จากคุณขุนเขาได้ในคลิปนี้เลยครับ (สั้นๆ 4 นาที)



ปล. ผมแนะนำให้อ่านบทความถัดไปด้วยเลยนะครับ เรื่อง "ลงมือทำไปก่อน" เพราะผมจะบอกเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำคุณถึงต้องเริ่มทำตอนนี้เลย


~ จระเข้ฟาดหาง ~



คลิปนี้สะท้อนได้ดีมากๆ
ความฝัน = เก้าอี้ตัวแรก
ทุกอย่างที่เราคิดจะทำ เป็นไปได้ทั้งนั้น มีแต่ตัวเองนั่นแหละ ที่เอาแต่หาข้ออ้าง สร้างข้อจำกัดในตัวเอง และยอมแพ้ต่อความขี้เกียจ
(พูดแล้วก็เหมือนด่าตัวเองอยู่ 555+)


“ถ้าเราไม่เชื่อว่าเป็นได้แค่นี้ เราก็เป็นอย่างอื่นได้อีก”
- เอ๋ นิ้วกลม - (นาทีที่ 11:01)









References
Jack Ma:

Colonel Sanders:

Thomas A. Edison

Image credits

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2560

สูตรความสำเร็จ

คุณคิดว่าสูตรความสำเร็จมีอยู่จริงๆไหม?


ผมอยากจะยกตัวอย่างให้คุณได้ดู 3 ตัวอย่าง




คำคมทุกคำคมไม่สามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ เช่น ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ซึ่งในความจริง ถ้าทำงานขยันอย่างหนัก แต่ทำงานไม่ฉลาด ขยันแค่ไหนก็ไม่สำเร็จ สู้คนอื่นไม่ได้เช่นกัน




สูตรคณิตก็เช่นกัน สูตรคณิตศาสตร์ทุกสูตร ก็ไม่ได้ใช้ได้ทุกกรณี แต่ละสูตรต้องมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นเสมอไม่งั้นไม่สามารถใช้สูตรนี้ได้




เวลาเรียนทฤษฏีฟิสิกส์ในห้องเรียน สูตรฟิสิกส์ที่ใช้จะได้ค่าผลลัพธ์ เป๊ะๆ 100% ต้องคิดในทางอุดมคติหรือในสภาวะที่ไม่มีปัจจัยอะไรอย่างอื่นมารบกวนให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากทฤษฏี
แต่ในการทดลองทางฟิสิกส์จริงๆ ค่าที่ได้มักจะมีความคลาดเคลื่อนเสมอ จากปัจจัยต่างๆทำให้ค่ามีความบิดเบือนจากที่เราหวังจะให้มันเป็น ซึ่งจะพบอยู่เสมอเวลาทำการทดลองแม้ว่าอุปกรณ์ที่ใช้จะดีแค่ไหนก็ตาม




ทุกอย่ามีข้อแม้ มีข้อยกเว้นอยู่เสมอตัว  ไม่สามารถที่จะใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในโลก แต่คุณต้องเลือกใช้มันให้ถูกต้องกับเงื่อนไข กับสถานการณ์ กับเวลา ที่เหมาะสม


ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ จะคิดค้นสูตรออกมาให้เราใช้ทุกวันนี้ เขาต้องใช้ความรู้, ประสบการณ์, การลองผิดลองถูก, จินตนาการ กลั่นกรองออกมาเป็นสูตรที่เขาเข้าใจของเขาเอง และสูตรที่ได้นั้นคนอื่นๆสามารถนำไปใช้แล้วได้ผลเหมือนกัน แต่น้อยคนที่จะคิดสูตรได้แบบเขา เพราะมันเป็นสูตรหรือเทคนิคที่ตัวเขาเท่านั้นที่คิดขึ้นมาเอง (เชฟ พ่อครัวแม่ครัว ก็เหมือนกันครับ)




ก่อนที่เชฟ หรือพ่อครัวแม่ครัว จะคิดค้นสูตรออกมาให้เราใช้ทุกวันนี้ เขาต้องใช้ความรู้, ประสบการณ์, จินตนาการ กลั่นกรองออกมาเป็นสูตรที่เขาเข้าใจของเขาเอง และสูตรที่ได้นั้นคนอื่นๆสามารถนำไปใช้แล้วได้ผลเหมือนกัน แต่น้อยคนที่จะคิดสูตรได้แบบเขา เพราะมันเป็นสูตรหรือเทคนิคที่ตัวเขาเท่านั้นที่คิดขึ้นมาเอง


สูตรความสำเร็จไม่มีสูตรไหนสมบูรณ์แบบ100% แต่ละคนก็มีสูตรความสำเร็จแตกต่างกันออกไปตามประสบการณ์ ไม่สามารถใช้แทนกันได้ ให้ได้มากสุดแค่คำแนะนำเท่านั้น ดังนั้น………...


- เราต้องสร้างสูตรความสำเร็จของเราเอง -


สู้ๆครับ ^_^


~ จระเข้ฟาดหาง ~


Image credits
https://pantip.com/topic/32635781

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

Comfort Zone ตัวร้าย



ทำไมประเทศสิงคโปร์ก้าวหน้ามากกว่าหลายๆประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งๆที่แทบจะไม่มีพื้นที่หรือทรัพยากรอะไรเลย?




ผมคิดว่า จริงๆสิงคโปร์ไม่ได้เก่งกว่าประเทศเราหรอกครับ แค่เขาคิดว่าเขายังล้าหลังประเทศอื่นอยู่มาก แล้วก็พยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งมากขึ้นอยู่เสมอจนพัฒนาไปเร็วกว่าประเทศอื่นเท่านั้นเอง (ที่สำคัญคือ เขาพัฒนาทรัพยากรที่สำคัญที่สุดสำหรับประเทศ นั่นก็คือ……………. “ทรัพยากรมนุษย์”)
ดังคำกล่าวของ Steve Jobs ที่กล่าวไว้ว่า




“Stay hungry, stay foolish”
“จงโง่อยู่เสมอ และกระหายอยู่ตลอดเวลา”


กระหายในที่นี้ก็คือกระหาย “ความรู้”




คุณรู้ไหมครับว่า สมัยอดีต อาณาจักรที่ล่มสลาย ส่วนใหญ่มักจะล่มสลายเพราะคิดว่าอาณาจักรตัวเองนั้นแข็งแกร่งแล้ว อุดมสมบูรณ์แล้ว ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องพัฒนาปรับปรุงอะไร สุดท้ายก็มีอาณาจักรอื่นเข้ามายึด เพราะสู้ไม่ได้ ไม่ได้ฝึกการรบมานาน ทหารไม่แข็งแกร่งเหมือนแต่ก่อน แต่อาณาจักรที่รุ่งเรืองและแข็งแกร่งคืออาณาจักรที่ไม่เคยหยุดพัฒนานั่นเอง


ดังคำกล่าวของ Will Durant




"A nation is born stoic, and dies epicurean "
- Will Durant -


“ ประเทศชาติเกิดขึ้นจากความอดทน ขยันพากเพียร และล่มสลายจากความหลงระเริง ”


ก็ชี้ให้เห็นได้ถึงการที่เราไม่อยู่ในcomfort zone มากเกินไป หรือก็คือ ไม่ได้อยู่สบายจนเกินไป ทำให้เราไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองจนก้าวนำคนอื่นๆได้




ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จ ขอให้คุณปลีกตัวออกมาจากพื้นที่ที่สบาย ออกมาจาก comfort zone ซะ แล้วคุณจะพบกับความพิเศษในตัวคุณที่คุณอาจไม่เคยได้สัมผ้สมาก่อน


“ ไม่มีคำว่า ดีที่สุด สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จ ”
- unknown -


~ จระเข้ฟาดหาง ~


Image credits
http://wonderfulengineering.com/50-free-4k-singapore-wallpaper-images-for-download/http://wallpapercave.com/steve-jobs-wallpaperhttps://wall.alphacoders.com/by_sub_category.php?id=169782&lang=Swedishhttp://quotesgram.com/img/stoicism-quotes-nature/869843/
https://www.walldevil.com/749159-magic-happens-wallpaper.html

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

ใครเอ่ย?

ใคร…………....ที่ให้ร่างกายแก่เรา
ใคร……….…...ที่ให้เราได้กินดีอยู่ดี
ใคร…………....ที่ให้กำลังใจเราเสมอ
ใคร…………....ที่ให้เราได้มีการศึกษา
ใคร…………....ที่ให้เราได้มีสังคมที่ดี
ใคร…………....ที่ไม่เคยจะคิดร้ายกับเราแม้แต่น้อย
ใคร…………....ที่ไม่ทิ้งเราไป ไม่ว่าเราจะเกเร เหลวไหล หรือพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ใคร…………....ที่เวลาเห็นเราเจ็บ เขาจะรู้สึกเจ็บด้วยเสมอ
ใคร…………....ที่ทำให้เราได้มีชีวิตที่ดีจนถึงทุกวันนี้


คำตอบนั้นเดาไม่อยากใช่ไหมครับ?




ต้นไม้ที่มีดอกไม้สวยสดงดงาม กลิ่นหอม หรือออกผลสวยงามน่ากิน ล้วนต้องอาศัยสารอาหารจากรากที่ต้องเปรอะเปื้อนชอนไชอยู่ใต้ดิน
คนเราทุกคนที่มีชีวิตที่ดีทุกวันนี้ ก็ล้วนได้ถูกเลี้ยงดูด้วยความยากลำบากของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่อบรมสั่งสอนเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เด็กทั้งนั้น




อย่าพูดว่า “เรามีวันนี้ได้เพราะตัวเราเองเพียงคนเดียว” เหมือนในรูปด้านบน เพราะตอนที่คุณยังเป็นเด็กแบบเบาะทำอะไรไม่ได้ คุณอยู่รอดมาได้ยังไง ถ้าไม่มีพ่อกับแม่คอยเลี้ยงดู
ในวันที่คุณประสบความสำเร็จในชีวิต และมีชีวิตที่ดีแล้ว อย่าลืมกลับไปดูแลท่าน, กลับไปบอกรักท่าน, กลับไปกราบเท้าท่าน ให้ท่านได้ชื่นใจ
อย่ามัวแต่หลงลืมตัวว่าก่อนจะมีวันนี้ได้เพราะใคร? อย่าเป็นคนได้หน้าแล้วลืมหลัง



การได้ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ มีแต่จะทำให้เราเจริญก้าวหน้าในชีวิต จะทำมาหากินอะไรก็จะอยู่ในช่วงขาขึ้น มีแต่ความมั่งคั่ง ฯลฯ
ดังนั้นวันนี้ ก็อย่าลืมบุคคลที่เปรียบเสมือนรากไม้ที่คอยค้ำจุนให้ต้นไม้ยืนหยัดได้อย่างสง่างามเป็นร่มเงาให้ผู้คน และออกดอกออกผลให้ผู้คนรอบตัวได้ชื่นชม...



" ร้อยความดี ความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง "
- ว.วชิรเมธี -


~ จระเข้ฟาดหาง ~


Image credit

วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทำไมเราต้องรักในสิ่งที่ทำ?

ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณไม่ได้รักและไม่ได้สนใจ คุณจะชนะอุปสรรคที่ใหญ่มหึมาของสิ่งที่อยากจะทำให้สำเร็จได้ยังไง?

คิดดูสิครับว่า โอกาสที่คุณจะทำสิ่งใหม่ในรูปแบบที่เป็นของคุณเองจะเกิดขึ้นได้ยากมาก และโอกาสประสบความสำเร็จ(ที่ยิ่งใหญ่) ก็ยากเช่นกัน


ผมขอชี้แจงอย่างหนึ่งก่อนที่จะเข้าเรื่องนี้นะครับ
การที่คุณจะมีความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง บางครั้งมันก็ไม่ได้เกิดจากการที่คุณเจอครั้งแรกแล้วรักได้ทันที หรือเกิดมาจากท้องแม่แล้วก็รักทันที แต่คุณจะรักหรือหลงใหลอะไรสักอย่างได้ มีอยู่ประมาณ 3 แบบที่ผมสรุปได้ คือ

  1. เห็นครั้งแรกแล้วก็รักทันที
  2. ค่อยๆทำมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นความรัก
  3. เคยเกลียดในตอนแรก แต่ลองเปิดใจรับ หรือเจอประสบการณ์บางอย่างแล้วทำให้เกิดความรักภายหลัง

สิ่งที่เรารัก ไม่จำเป็นทีจะต้องเป็นสิ่งที่เรารักมันมานานแล้ว แต่อาจเกิดจากความเกลียดมาก่อน แล้วค่อยกลายเป็นความรักภายหลังก็ได้ เหมือนกับการเลือกแฟนหรือคู่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ ที่เรามักจะมีสเปคหรือความคาดหวังกับคนที่เราชอบไว้มากมาย แต่สุดท้ายคนที่เราเลือกมาเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตก็ไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด แต่เราก็เลือกที่จะรักและอยู่ด้วยกันกับคนนั้น เพราะเขาคนนั้นคือคนที่อยู่ด้วยกันกับเราได้ดีที่สุดแม้จะไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด



เมื่อ2,500กว่าปีที่แล้ว ท่านพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กล่าวไว้ในกฏข้อแรกของหลักธรรมที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ(อิทธิบาท 4) นั่นก็คือ “ต้องมีความชอบในสิ่งที่ทำ” หรือ “ฉันทะ” นั่นเอง





ถ้าคุณอยากจะดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด จงหาสิ่งที่คุณทำแล้วโดดเด่น ทำแล้วแซงคนอื่นๆได้เร็ว ทำแล้วทำให้คุณลืมความขี้เกียจ แล้วความสำเร็จคุณจะง่ายขึ้น เพราะเหมือนกับคุณอยู่ถูกที่ถูกทาง

ถึงแม้จะมองไม่เห็นหนทาง แต่เสียงหัวใจมันผลักให้เราไป ทำไปเถอะครับ ไม่ว่าจะผิดพลาดสักกี่ครั้ง แต่ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ใช่ ความสำเร็จจะเป็นของเรา เหมือนกับการยิงเป้า แม้จะยิงไม่โดนแต่ขอแค่นัดเดียวที่ยิงเข้า กระสุนนัดนั้นแหละคือความสำเร็จ ดังเช่นบุคคลตัวอย่างต่อไปนี้




Steve Jobs
เคล็ดลับของ สตีฟ จอปส์ ในการสร้างสรรค์งานที่ยอดเยี่ยมของเขาก็คือ ความรักในสิ่งที่เขาทำ



“ Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”

“งานของคุณคือการเติมเต็มในสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ และทางเดียวที่จะพอใจได้คือการทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดี และทางเดียวที่จะทำงานที่ดีได้คือรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณหามันไม่เจอ ก็หามันต่อไป อย่าหยุด ทุกสิ่งที่สำคัญมันอยู่ในใจคุณ คุณจะรู้เองเมื่อคุณหามันเจอ
และ เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม คุณจะทำมันดีขึ้นในทุกๆปี จงมองหามันจนกว่าจะเจอ อย่าหยุด”

Howard Schulty
เจ้าของ Starbuck Coffee



“ ถ้าคุณใส่ความรักเข้าไปในงานของคุณ หรือในองค์กรของคุณ คุณจะสามารถประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่คนอื่นคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ”

Elbert Hubbard
นักสื่อสารมวลชนคนสำคัญในอดีต ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า

  

“ทำงานด้วยใจที่เต็มเปี่ยม แล้วคุณจะสำเร็จ โดยที่แข่งขันเพียงแค่นิดเดียว”


บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรของประเทศไทยที่ชนะในเวทีระดับโลก ได้กล่าวว่า




“ทำสิ่งที่รักและถนัด คุณไม่สามารถสำเร็จได้ในงานที่ไม่ชอบ”


หลายคนอาจจะบอกว่าก็เขาโชคดี เขาเก่งอยู่ เขามีพรสรรค์อยู่แล้ว ความจริงแล้วคนเหล่านี้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ต่างฝึกฝนมาไม่รู้เท่าไหร่ เคยเกลียดในสิ่งที่เขาทำอยู่ เคยรักในสิ่งที่ทำแต่กลับล้มเหลว แล้วต้องเปลี่ยนความรักมาทำสิ่งใหม่ ฯลฯ


จริงๆแล้วความรักในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นว่าเกิดมาแล้วจะรู้ได้เลยว่ารักอะไร เพราะข้อมูลและประสบการณ์เรายังน้อยไป บางทีมันลองทำดูก่อน   


หลายครั้งที่เราต้องเลี่ยนทิศทางของใบเรือ เพื่อลองค้นหาทิศที่ถูกต้อง แต่เมื่อเราเจอทิศทางที่ถูกแล้ว เส้นทางที่จะไปถึงความสำเร็จนั้นก็จะไม่ยากอีกต่อไป ย้ำว่าต้องเป็นทิศที่ถูกต้องเท่านั้น และเป็นทิศทางของคุณเท่านั้น(เป็นสิ่งที่คุณรักเท่านั้น)


ดังคำพูดของ Jim Carrey นักแสดงตลกชื่อดังที่คว้ารางวัล Golden Globe Awards ถึง2ครั้ง




“ How will you serve the world? What do they need that your talent can provide? That’s all you have to figure out. As someone who has done what you are about to go do, I can tell you from experience, the effect you have on others is the most valuable currency there is. ”

“ คุณจะรับใช้โลกยังไง คนอื่นต้องการอะไรที่ความสามารถของคุณจะช่วยได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาให้เจอ แม้ว่าบางคนจะได้ทำไปแล้วในสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมเล่าจากประสบการณ์ของผมได้ว่า อิทธิพลที่คุณมีต่อผู้อื่นมันคือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ”








และคำพูดของ Terri Trespicio นักกลยุทธ์การสร้างแบรนชื่อดัง ได้กล่าวบนเวที TEDx


" But if you're sitting around waiting for passion to show up and take it, you're going to be waiting a long time.
So don't wait, Instead, spend your time and attention solving your favorite problems
look for problems that need solving
Be useful, generous. People will thank you, and hug you and pay you for it and that where passion is.
Where your energy and effort meets someone else's need."
"You don't follow your passion, your passion follows you."
“ ถ้าคุณมัวนั่งรอให้คุณค้นพบสิ่งที่คุณชอบ คุณคงต้องใช้เวลารอนานมาก
ดังนั้นอย่ารอ จงใช้เวลาและความตั้งใจของคุณ แก้ปัญหาที่คุณชอบที่คุณถนัด (แก้ปัญหาที่คุณอยากจะแก้ไขมัน) จงมองหา ปัญหาที่ต้องการให้แก้ไข ทำตัวให้มีคุณค่า เปิดใจให้กว้าง ผู้คนจะขอบคุณคุณ กอดคุณ และจ่ายเงินให้กับสิ่งที่คุณทำ(ที่คุณแก้ปัญหาให้เขาได้) และนั่นแหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ ”
ที่ที่พลังความสามารถและความพยายามของคุณเป็นที่ต้องการของคนอื่น
“อย่าตามหาสิ่งที่คุณรัก แต่สิ่งที่คุณรักจะตามหาคุณเอง”
- Terri Trespicio -



สรุปง่ายก็คือ “ชอบ” อย่างเดียวไม่พอ แต่มันต้อง “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ด้วย

คำถามก็คือ จะทำยังไงให้มัน “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ? ถ้าทำได้สำเร็จ แล้ว"เงิน"จะตามมาเองครับ

พูดง่ายๆคือหาจุดที่พอดีกันระหว่าง "งานที่เรารัก" กับ "เงิน" ให้ได้ นั่นแหละคือความหมายจริงๆของการหาสิ่งเรารักให้เจอ ไม่ใช่ทำสิ่งที่เรารัก แต่มันขายไม่ได้(นั่นแหละ ไส้แห้ง) ไม่มีใครสนใจ ไม่ดูเลยว่า ความต้องการของคนมีอะไรบ้าง? อะไรที่จะตอบสนองความต้องการ หรือช่วยเหลือในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้บ้าง? ถ้าคุณตอบโจทย์นี้ได้ งานที่คุณทำก็จะเป็นที่ต้องการและขายได้นี่แหละคือสิ่งที่ท้าทาย

ดังนั้น อย่าหยุดค้นหามัน อย่ายอมแพ้ ถ้าหาสิ่งที่รักไม่เจอ ก็หาสิ่งที่เกลียดแทน แล้วคุณจะตัดสินใจได้มากขึ้น แม้ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่เจอ แต่เชื่อเถอะครับ แค่คุณเริ่มออกเดินทางค้นหามัน คุณจะค้นพบสีสันแห่งชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้วนอกจากตัวคุณเอง


~ จระเข้ฟาดหาง ~



Images credits