วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทำไมเราต้องรักในสิ่งที่ทำ?

ถ้าคุณทำในสิ่งที่คุณไม่ได้รักและไม่ได้สนใจ คุณจะชนะอุปสรรคที่ใหญ่มหึมาของสิ่งที่อยากจะทำให้สำเร็จได้ยังไง?

คิดดูสิครับว่า โอกาสที่คุณจะทำสิ่งใหม่ในรูปแบบที่เป็นของคุณเองจะเกิดขึ้นได้ยากมาก และโอกาสประสบความสำเร็จ(ที่ยิ่งใหญ่) ก็ยากเช่นกัน


ผมขอชี้แจงอย่างหนึ่งก่อนที่จะเข้าเรื่องนี้นะครับ
การที่คุณจะมีความรักในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง บางครั้งมันก็ไม่ได้เกิดจากการที่คุณเจอครั้งแรกแล้วรักได้ทันที หรือเกิดมาจากท้องแม่แล้วก็รักทันที แต่คุณจะรักหรือหลงใหลอะไรสักอย่างได้ มีอยู่ประมาณ 3 แบบที่ผมสรุปได้ คือ

  1. เห็นครั้งแรกแล้วก็รักทันที
  2. ค่อยๆทำมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นความรัก
  3. เคยเกลียดในตอนแรก แต่ลองเปิดใจรับ หรือเจอประสบการณ์บางอย่างแล้วทำให้เกิดความรักภายหลัง

สิ่งที่เรารัก ไม่จำเป็นทีจะต้องเป็นสิ่งที่เรารักมันมานานแล้ว แต่อาจเกิดจากความเกลียดมาก่อน แล้วค่อยกลายเป็นความรักภายหลังก็ได้ เหมือนกับการเลือกแฟนหรือคู่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ ที่เรามักจะมีสเปคหรือความคาดหวังกับคนที่เราชอบไว้มากมาย แต่สุดท้ายคนที่เราเลือกมาเป็นแฟนหรือคู่ชีวิตก็ไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด แต่เราก็เลือกที่จะรักและอยู่ด้วยกันกับคนนั้น เพราะเขาคนนั้นคือคนที่อยู่ด้วยกันกับเราได้ดีที่สุดแม้จะไม่ได้ตรงตามสเปคที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด



เมื่อ2,500กว่าปีที่แล้ว ท่านพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้กล่าวไว้ในกฏข้อแรกของหลักธรรมที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ(อิทธิบาท 4) นั่นก็คือ “ต้องมีความชอบในสิ่งที่ทำ” หรือ “ฉันทะ” นั่นเอง





ถ้าคุณอยากจะดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้มากที่สุด จงหาสิ่งที่คุณทำแล้วโดดเด่น ทำแล้วแซงคนอื่นๆได้เร็ว ทำแล้วทำให้คุณลืมความขี้เกียจ แล้วความสำเร็จคุณจะง่ายขึ้น เพราะเหมือนกับคุณอยู่ถูกที่ถูกทาง

ถึงแม้จะมองไม่เห็นหนทาง แต่เสียงหัวใจมันผลักให้เราไป ทำไปเถอะครับ ไม่ว่าจะผิดพลาดสักกี่ครั้ง แต่ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ใช่ ความสำเร็จจะเป็นของเรา เหมือนกับการยิงเป้า แม้จะยิงไม่โดนแต่ขอแค่นัดเดียวที่ยิงเข้า กระสุนนัดนั้นแหละคือความสำเร็จ ดังเช่นบุคคลตัวอย่างต่อไปนี้




Steve Jobs
เคล็ดลับของ สตีฟ จอปส์ ในการสร้างสรรค์งานที่ยอดเยี่ยมของเขาก็คือ ความรักในสิ่งที่เขาทำ



“ Your work is going to fill a large part of your life, and the only way to be truly satisfied is to do what you believe is great work. And the only way to do great work is to love what you do. If you haven’t found it yet, keep looking. Don’t settle. As with all matters of the heart, you’ll know when you find it. And, like any great relationship, it just gets better and better as the years roll on. So keep looking until you find it. Don’t settle.”

“งานของคุณคือการเติมเต็มในสิ่งที่สำคัญในชีวิตคุณ และทางเดียวที่จะพอใจได้คือการทำในสิ่งที่คุณเชื่อว่ามันคือสิ่งที่ดี และทางเดียวที่จะทำงานที่ดีได้คือรักในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณหามันไม่เจอ ก็หามันต่อไป อย่าหยุด ทุกสิ่งที่สำคัญมันอยู่ในใจคุณ คุณจะรู้เองเมื่อคุณหามันเจอ
และ เหมือนกับความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม คุณจะทำมันดีขึ้นในทุกๆปี จงมองหามันจนกว่าจะเจอ อย่าหยุด”

Howard Schulty
เจ้าของ Starbuck Coffee



“ ถ้าคุณใส่ความรักเข้าไปในงานของคุณ หรือในองค์กรของคุณ คุณจะสามารถประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่คนอื่นคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ”

Elbert Hubbard
นักสื่อสารมวลชนคนสำคัญในอดีต ของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า

  

“ทำงานด้วยใจที่เต็มเปี่ยม แล้วคุณจะสำเร็จ โดยที่แข่งขันเพียงแค่นิดเดียว”


บัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรของประเทศไทยที่ชนะในเวทีระดับโลก ได้กล่าวว่า




“ทำสิ่งที่รักและถนัด คุณไม่สามารถสำเร็จได้ในงานที่ไม่ชอบ”


หลายคนอาจจะบอกว่าก็เขาโชคดี เขาเก่งอยู่ เขามีพรสรรค์อยู่แล้ว ความจริงแล้วคนเหล่านี้ที่ผมกล่าวมาทั้งหมด ต่างฝึกฝนมาไม่รู้เท่าไหร่ เคยเกลียดในสิ่งที่เขาทำอยู่ เคยรักในสิ่งที่ทำแต่กลับล้มเหลว แล้วต้องเปลี่ยนความรักมาทำสิ่งใหม่ ฯลฯ


จริงๆแล้วความรักในสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นว่าเกิดมาแล้วจะรู้ได้เลยว่ารักอะไร เพราะข้อมูลและประสบการณ์เรายังน้อยไป บางทีมันลองทำดูก่อน   


หลายครั้งที่เราต้องเลี่ยนทิศทางของใบเรือ เพื่อลองค้นหาทิศที่ถูกต้อง แต่เมื่อเราเจอทิศทางที่ถูกแล้ว เส้นทางที่จะไปถึงความสำเร็จนั้นก็จะไม่ยากอีกต่อไป ย้ำว่าต้องเป็นทิศที่ถูกต้องเท่านั้น และเป็นทิศทางของคุณเท่านั้น(เป็นสิ่งที่คุณรักเท่านั้น)


ดังคำพูดของ Jim Carrey นักแสดงตลกชื่อดังที่คว้ารางวัล Golden Globe Awards ถึง2ครั้ง




“ How will you serve the world? What do they need that your talent can provide? That’s all you have to figure out. As someone who has done what you are about to go do, I can tell you from experience, the effect you have on others is the most valuable currency there is. ”

“ คุณจะรับใช้โลกยังไง คนอื่นต้องการอะไรที่ความสามารถของคุณจะช่วยได้ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องหาให้เจอ แม้ว่าบางคนจะได้ทำไปแล้วในสิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมเล่าจากประสบการณ์ของผมได้ว่า อิทธิพลที่คุณมีต่อผู้อื่นมันคือทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ”








และคำพูดของ Terri Trespicio นักกลยุทธ์การสร้างแบรนชื่อดัง ได้กล่าวบนเวที TEDx


" But if you're sitting around waiting for passion to show up and take it, you're going to be waiting a long time.
So don't wait, Instead, spend your time and attention solving your favorite problems
look for problems that need solving
Be useful, generous. People will thank you, and hug you and pay you for it and that where passion is.
Where your energy and effort meets someone else's need."
"You don't follow your passion, your passion follows you."
“ ถ้าคุณมัวนั่งรอให้คุณค้นพบสิ่งที่คุณชอบ คุณคงต้องใช้เวลารอนานมาก
ดังนั้นอย่ารอ จงใช้เวลาและความตั้งใจของคุณ แก้ปัญหาที่คุณชอบที่คุณถนัด (แก้ปัญหาที่คุณอยากจะแก้ไขมัน) จงมองหา ปัญหาที่ต้องการให้แก้ไข ทำตัวให้มีคุณค่า เปิดใจให้กว้าง ผู้คนจะขอบคุณคุณ กอดคุณ และจ่ายเงินให้กับสิ่งที่คุณทำ(ที่คุณแก้ปัญหาให้เขาได้) และนั่นแหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับคุณ ”
ที่ที่พลังความสามารถและความพยายามของคุณเป็นที่ต้องการของคนอื่น
“อย่าตามหาสิ่งที่คุณรัก แต่สิ่งที่คุณรักจะตามหาคุณเอง”
- Terri Trespicio -



สรุปง่ายก็คือ “ชอบ” อย่างเดียวไม่พอ แต่มันต้อง “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ด้วย

คำถามก็คือ จะทำยังไงให้มัน “เป็นที่ต้องการและสามารถช่วยแก้ปัญหาที่คนอื่นๆไม่สามารถทำได้” ? ถ้าทำได้สำเร็จ แล้ว"เงิน"จะตามมาเองครับ

พูดง่ายๆคือหาจุดที่พอดีกันระหว่าง "งานที่เรารัก" กับ "เงิน" ให้ได้ นั่นแหละคือความหมายจริงๆของการหาสิ่งเรารักให้เจอ ไม่ใช่ทำสิ่งที่เรารัก แต่มันขายไม่ได้(นั่นแหละ ไส้แห้ง) ไม่มีใครสนใจ ไม่ดูเลยว่า ความต้องการของคนมีอะไรบ้าง? อะไรที่จะตอบสนองความต้องการ หรือช่วยเหลือในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้บ้าง? ถ้าคุณตอบโจทย์นี้ได้ งานที่คุณทำก็จะเป็นที่ต้องการและขายได้นี่แหละคือสิ่งที่ท้าทาย

ดังนั้น อย่าหยุดค้นหามัน อย่ายอมแพ้ ถ้าหาสิ่งที่รักไม่เจอ ก็หาสิ่งที่เกลียดแทน แล้วคุณจะตัดสินใจได้มากขึ้น แม้ตอนนี้คุณอาจจะยังไม่เจอ แต่เชื่อเถอะครับ แค่คุณเริ่มออกเดินทางค้นหามัน คุณจะค้นพบสีสันแห่งชีวิตที่หาไม่ได้จากที่ไหนแล้วนอกจากตัวคุณเอง


~ จระเข้ฟาดหาง ~



Images credits

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พลังแห่งความเชื่อ

ก่อนจะเข้าเรื่องความเชื่อ ผมอยากให้คุณดูตัวอย่าง 2 เรื่องนี้ก่อนนะครับ




ในอดีต เด็กผู้หญิงจีน จะถูกบังคับให้ใส่รองเท้าขนาดเล็กและห้ามถอด ให้ใส่รองเท้าขนาดเท่านี้ตลอดชีวิต ทำให้เท้าถูกอัดและหยุดเจริญเติบโต ดังที่เห็นในรูปข้างบน


เพียงแค่ความเชื่อว่า คนที่ไม่ใช้งานเท้านั้นจะเป็นคนที่มั่งคั่ง และไม่ต้องทำงานอะไรเลย และแนวคิดนี้ถูกสืบทอดต่อมากว่า 1,000 ปี จนถูกยกเลิกไปในศตวรรษที่ 20




ชนเผ่า Mursi ในประเทศเอธิโอเปีย ผู้หญิงในชนเผ่านี้ ถ้าอยากสวย ดูดี น่าดึงดูด จะต้องมีปากที่ใหญ่ ใหญ่พอที่จะใส่แผ่นดินเผาได้ นอกจากนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะเป็นภรรยาที่ดีของสามี เป็นแม่ที่ดีของลูก และสามารถทำหน้าที่เหล่านี้ได้ดี


และก่อนที่จะทำได้ขนาดนั้น หญิงสาวจะได้รับการเจาะปากในช่วงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 13-16 ปี) โดยญาติที่เป็นผู้หญิงนั้นจะทำการเจาะผ่าปากให้ ด้วยการเจาะผ่าบริเวณต่ำกว่าริมฝีปากเข้ามา 1-2 เซนติเมตร แล้วใช้หมุดไม้สอดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดกัน หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ เมื่อแผลหายพวกหล่อนจะใช้วัสดุที่มีขนาดใหญ่ยัดแทน ซึ่งส่วนมากจะเป็นแผ่นดินเหนียว แล้วเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนปากฉีกไปถึงเหงือก เมื่อถึงขั้นนี้ก็ต้องถอนฟันหน้าออก 2-4 ซี่ เพื่อให้เป็นช่องล็อกไว้ไม่ให้แผ่นดินเผาหลุดออกจากปาก

(อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.unigang.com/Article/15568#5izRgLiXzlUPWWMc.99)




ขนาดสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่ควร ไม่น่าทำ ไม่น่าเป็นไปได้ คนเรายังทำให้เป็นไปได้ขนาดนี้ คิดดูว่าความเชื่อมีอิทธิพลขนาดไหน ถ้าคุณยังไม่เชื่อว่าคุณทำได้ ก็คิดดูว่าชีวิตที่คุณเป็นอยู่มันจะขนาดไหน?

บางอย่างที่ยังไงก็ดูเป็นไปไม่ได้ บางทีเราต้องใช้  “ความเชื่อ” อันแรงกล้าเป็นเครื่องมือนำทางไปสู่ความฝัน เพราะบางอย่างมันไม่สามารถจะตีภาพได้ชัดเจนพอที่จะบอกว่า “เป็นไปได้” ซึ่งJack Ma เจ้าของAlibaba.com  ได้กล่าวเอาไว้ว่า


“A lot of things you want to do, people may not like it, but you have to believe it. And when you believe it, when you started to do it. The things that people don't like it, don't understand it, surely we're not gain a lot of support.”




"หลายสิ่งที่คุณทำ ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบมัน แต่คุณต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณทำ และเมื่อคุณเชื่อมั่นแล้ว เมื่อคุณเริ่มที่จะทำมัน สิ่งนั้นคนเหล่านั้นไม่ชอบ ไม่เข้าใจมัน แน่นอนว่าคุณจะไม่ได้รับการสนับสนุนเลย"


(สามารถฟังคำพูดของ Jack Ma เพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Q7y56KtbFhs)


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องดูสภาพความเป็นจริงด้วย เช่น ไม่ใช่อยากเป็นนักเทนนิส แต่ตัวเองไม่มีแขนไม่มีขา ก็คงจะเพ้อฝันเกินไป แต่ถ้าดูแล้วว่าความเป็นจริงมันพอจะมีความหวัง ขอให้ลงมือทำเถอะครับ เพราะอนาคตอะไรๆก็เกิดขึ้นได้   


A great opportunity is often hard to be explained clearly; things that can be explained clearly are often not the best opportunities.”


โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด


~ จระเข้ฟาดหาง ~






References


Image credits
https://vulcanpost.com/5407/billionaire-jack-ma-teaches-you-how-to-be-successful-in-life-and-business/

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

เราโชคร้ายจริงๆหรือ?

คุณกำลังคิดว่าตัวเองโชคร้ายอยู่หรือเปล่าครับ?




ผมอยากจะบอกว่าผมเองก็เคยคิด และทุกๆคนก็เคยคิด


ผมมักจะเครียดกับการเรียนและงานการบ้านที่ต้องทำ ผมรู้สึกว่าทำไมเราต้องมาเจองานอะไรที่น่าเบื่อขนาดนี้ เจอคนแย่ๆแบบนี้ เจอระบบระเบียบที่ไม่ได้เรื่องขนาดนี้ ทำไมเราถึงโชคร้ายแบบนี้ ที่ต้องมาอะไรแย่ๆ ไม่ได้สุขสบายเหมือนคนมีฐานะร่ำรวย ที่ดูเหมือนชีวิตไม่ต้องกังวลอะไรกับอนาคต…




แต่วันหนึ่ง ผมกำลังเดินเรียบไปตามฟุตบาทเพื่อที่จะเข้าบ้าน ก็เดินผ่านชุมชน ผ่านตลาด ก็มักจะเห็นคนขอทาน คนพิการ คนที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ คนงานลูกน้องคอยแบกน้ำแข็งมาส่งร้านค้า ฯลฯ ทำให้คนเหล่านั้นครับ ทำให้ผมนั้นลืมความเหนื่อยความลำบากที่ผมกำลังเจออยู่หมดไป เพราะ...


ในขณะที่เรากินทิ้งกินขว้าง
แต่ยังมีบางคนที่ขอแค่ข้าวสักมื้อกินเพื่อประทังชีวิต


ในขณะที่เรากำลังหวังการเพิ่มเงินเดือน
แต่ยังมีบางคนที่ขอเพียงเศษเงินเพื่อที่จะได้ซื้อข้าวสักมื้อกินประทังชีวิต


ในขณะที่ทำงานได้เงินพอเหลือไว้กินไว้เที่ยว
แต่ยังมีบางคนที่ได้เงินรายวันแค่พอจะใช้กินอยู่ให้ตัวเองกับครอบครัวในวันนั้น และเงินเก็บเพียงเล็กน้อย


ฯลฯ


ผมจึงเลิกที่จะคิดว่าตัวเองนั้นโชคร้ายไปเลย เพราะว่าผมนั้นโชคดีกว่าใครหลายคนบนโลกใบนี้เยอะมาก เพียงแค่ผมมองข้ามสิ่งที่ผมมีอยู่ แล้วไปมัวแต่โฟกัสกับสิ่งที่ขาดไปก็เท่านั้นเอง...




“คนที่โชคร้าย คือ คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน”
- unknown -


~ จระเข้ฟาดหาง ~



Image credits

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ทำไมปัญหาไม่เคยหมด?



ผมเคยคิดครับว่าอยากหนีปัญหาทางโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ ไปอยู่ทางธรรม น่าจะดีกว่า ไม่ต้องมาเจอคนแย่ๆ ไม่ต้องวุ่นวาย อยู่เฉยๆอย่างสงบ มีชีวิตสบายๆ ฯลฯ แต่มันไม่ใช่เลย เมื่อผมได้ลองบวชช่วงหนึ่ง ก็ไม่ได้สงบสบาย นั่วชิวนอนชิวหรอกครับ ก็ต้องทำงานเหมือนกับทางโลกที่เราอยู่นั่นแหละครับ แค่ทำงานคนละแบบแค่นั้นเอง




ที่เราเข้าไปบวช เพราะลึกๆแล้วเราทุกคนหวังว่า ชีวิตมีเงินเก็บแน่นอน ไม่ต้องใช้เงินเยอะ ได้เงินบริจาคปัจจัยมากมาย มีข้าวกินฟรีทุกวัน งานไม่หนัก ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ เวลาแก่ตัว. อายุมากขึ้นก็มีลูกศิษย์ลูกหามาเลี้ยงดู ฯลฯ
ซึ่งจริงๆแล้วจะได้ชีวิตที่ดีขนาดนั้น ก็ต้องทำต้องแลกอะไรหลายอย่างกว่าจะได้ชีวิตแบบนั้นเช่นกัน




มาบวชเพื่อหนีทางโลก ก็มาเจอปัญหาใหม่อีกอยู่ดี เพราะ “ปัญหามีอยู่ทุกที่” ไม่มีที่ไหนไม่มีปัญหาหรอกครับ อยู่ที่ว่าเราจะแก้ปัญหา หรืออยู่ปัญหานั้นได้ไหม เราออกห่างมาจากปัญหา ก็ไม่ต่างจากเรา “หนีปัญหา”


ดังนั้นอย่าคิดจะหนีปัญหา เพราะไม่ว่าคุณหนีไปถึงนอกโลกก็หนีไม่พ้นแน่นอน คุณแค่พยายามแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ถ้าปัญหามันแก้ไม่ได้ เราก็ปรับตัวอยู่กับปัญหานั้นให้ได้ แค่นี้ชีวิตคุณก็จะมีความสุขครับ  




ปล. ยิ่งปัญหาเรื่องคน ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรมก็เถอะ ถ้าคนยังมี ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่ ไม่มีทางที่จะไม่มีปัญหา



~ จระเข้ฟาดหาง ~



Image credits

ความล้มเหลวจ๋า...มาหาพี่หน่อย

ความผิดพลาด คือสิ่งไม่ดี?
ความล้มเหลว คือสิ่งที่ไม่น่าให้อภัย?
รอยแผล คือสิ่งที่ไม่สวยงามของร่ายกาย?
ความผิดหวัง คือความโชคร้าย ความซวยที่เราต้องเจอ?



Theodore Roosevelt ประธานาธิบดีคนที่ 26 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งดำรงตำแหน่งติดต่อกันถึง 2 สมัย (8 ปี) และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ได้กล่าวไว้ว่า...



"คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด คือคนที่ไม่ทำอะไรเลย"

- Theodore Roosevelt -


รอยแผล, ความผิดหวัง, ความผิดพลาด, ความล้มเหลว ไม่ใช่สิ่งที่แย่เลย แต่เป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ



ลองดูคลิปในวันที่ โน๊ต อุดม แต้พานิช ยังไม่ดังสิครับ มันเจ็บปวดขนาดไหน ตอนที่โดนรุ่นพี่ดาราตลก รุมรังเกียจ...
แต่ทุกวันนี้ โน๊ต อุดม แต้พานิช กลับโด่งดังแซงรุ่นพี่ๆทุกคนในกลุ่มทั้งหมด




"คนเคยทำอะไรเลย คือคนที่ไม่มีทางประสบความสำเร็จ"
- เม่าน้อยใจสู้ -

ถ้าคุณทดลองทำหลอดไฟล้มเหลวกว่า 10,000 ครั้ง คุณคิดว่าคุณจะทดลองทำหลอดไฟต่อไปอยู่ไหม? เป็นผมคงเลิกทำไปตั้งแต่ครั้งที่พันกว่าแล้วละครับ แค่ครั้งที่ 200 ผมก็คิดว่ามันคงจะไม่สำเร็จแน่ๆแล้วละครับ แต่Thomas A. Edison เขาเชื่อว่ามันทำได้ มันเป็นไปไปได้ และไม่ลดละความพยายาม ทำให้เขาสามารถประดิษฐ์หลอดไฟให้เราทุกคนได้ใช้ และทำให้ค่ำคืนของเราไม่มืดมิดอีกต่อไป...
ซึ่ง Edison ได้กล่าวสั้นๆไว้เพียงว่า


  


“ I have not failed. I've just found 10,000 ways that won't work. ”
“ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่รู้ว่ามีทางที่ไม่สำเร็จหนึ่งหมื่นทาง เท่านั้นเอง”
- Thomas A. Edison -



เราคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ผิดตอนนี้ ดีกว่า ผิดตอนสอบ”
แต่ชีวิตจริง ไม่มีวันสอบ มีแต่………...วันที่เรา จะประสบความสำเร็จ ต่างหาก  


ถ้าคุณ “ล้มเหลวตอนนี้ ดีกว่า ล้มเหลวในวันที่คุณควรจะสำเร็จ” มันดีกว่าไหมครับ?

Robert T. Kiyosaki เจ้าของหนังสือ Rich Dad Poor Dad ได้กล่าวไว้อย่างสั้นๆ เป็นความจริง และโดนใจใครหลายคนมากๆ นั่นก็คือ...  




“ผู้แพ้ล้มเลิกเมื่อเขาล้มเหลว แต่ผู้ชนะล้มเหลวจนเขาสำเร็จ”
- Robert T. Kiyosaki -




"ความล้มเหลว จะเป็นตัวทำลาย ผู้แพ้
และ จะเป็นตัวผลักดัน ผู้ชนะ"
- Robert T. Kiyosaki -


อย่าปล่อยให้ความล้มเหลวมาฉุดให้เราเป็นผู้แพ้ แต่จงใช้มันเป็นแรงผลัดดันให้เราเป็นผู้ชนะ…


ผมต้องขอบอกก่อนเลยว่า เวลาที่ล้มเหลว มันเจ็บปวดอยู่แล้วครับ ไม่ว่าเราจะมีทัศนคติดีแค่ไหน แต่ขอให้มั่นเลยว่า มันเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก และเมื่อคุณได้เล่าความล้มเหลวให้คนอื่นฟังในวันที่คุณประสบความสำเร็จ คุณจะขอบคุณมันด้วยซ้ำที่ทำให้คุณมีวันนี้ ความล้มเหลวจะทำให้คุณโตไปไกลขึ้นอีกมากมายอย่างที่คุณไม่คาดคิด



~ จระเข้ฟาดหาง ~



ฝากไว้ทิ้งท้าย

“We all know what failure means in the school system. It means the school thinks your child is not smart—but it really only means that your child isn’t doing what the school tells them to do.”




“เราทุกคนรู้ว่าความล้มเหลว หรือความผิดพลาดในระบบการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นอย่างไร ซึ่งความล้มเหลวและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเด็กในโรงเรียน มักหมายถึงเด็กคนนั้นไม่ฉลาดไม่เก่ง แต่ในความเป็นจริงมันหมายถึงว่าเด็กคนนั้นไม่สามารถทำในสิ่งที่โรงเรียนอยากให้เขาทำได้ เท่านั้นเอง”



"คนที่ไม่เคยทำผิดพลาด แปลว่าเขาไม่เคยทำอะไรใหม่ๆเลย"
Albert Einstein -


ความล้มเหลวของเหล่าคนดังมากมายรวบรวมไว้ในเว็บนี้แล้ว ผมเชื่อว่าสิ่งที่เขาเหล่านั้นเจอ ก็ไม่ต่างอะไรจากที่คุณเจอแม้แต่น้อย





References
Thomas A. Edison:


Why A students work for C students:
http://khmerebookfreedownload.blogspot.com/2016/04/why-students-work-for-c-students.html


Image credits
http://quotesideas.com/hurt-sad-love-quotes-with-wallpapers-images-hd-2016/2/ http://izquotes.com/quote/158083
https://chiangmaiprodrinks.com/2015/10/20/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0/ http://quoteaddicts.com/author/robert-kiyosaki